<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC ประกาศรายได้ 66,562 ล้านบาท กำไรโต 21% ลุยจ่ายปันผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 2563 นายชวลิต &amp;nbsp;ทิพพาวนิช &amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp; บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานบริษัทฯ ปี 2562 &amp;nbsp;มีรายได้รวมทั้งสิ้น 66,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,682 ล้านบาท หรือคิดเป็น 168% มีกำไรสุทธิ จำนวน 4,061 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 702 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากการควบรวมบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW และมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มขึ้น และการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละประมาณ 74 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2562&amp;nbsp;ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 จึงยังคงเหลือส่วนเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2562 ที่จะต้องจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 (หรือ XD วันที่ 26 กุมภาพันธ์) และกำหนดจ่ายเงินปันผลประจำปีที่อัตราหุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้นในวันที่ 17 เมษายน 2563 โดยจะจ่ายเมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2562 จำนวน &amp;nbsp;4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ผลิตสาธารณูปการแห่งที่ 4 จังหวัดระยอง (CUP-4) &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำลิก 1 (NL1PC) &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) และโครงการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ชลบุรี คลีนเอ็นเนอร์ยี จำกัด (CCE) รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าของ GLOW ภายหลังการควบรวมกิจการแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งเป็นผลทำให้รายได้ และกำไรของบริษัทฯ มีทิศทางที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปรับโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งได้จากการเพิ่มทุนจำนวน 74,000 ล้านบาท และการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 35,000 ล้านบาทแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing) ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ที่ไม่รวมค่าตัดจำหน่ายมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการ GLOW (Adjusted Net Income) มีจำนวนทั้งสิ้น 5,177 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,818 &amp;nbsp;ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54% ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงผลกำไรจากการดำเนินงานของ GPSC ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว GPSC ยังมีผลการดำเนินการที่ดีจากโรงไฟฟ้าศรีราชา ซึ่งมีค่าความพร้อมจ่ายและชั่วโมงความพร้อมจ่ายตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการสัญญาค่าซ่อมบำรุงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิตกล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2563 ว่า บริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 เนื่องจากการรับรู้ผลประกอบการจาก GLOW ที่เข้ามาแบบเต็มปี รวมไปถึงรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ส่วนขยาย (NNEG Expansion) กำลังการผลิตตามสัดส่วน 18 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ของปี 2563 และไตรมาส 2 ปี 2564 ตามลำดับ
ในส่วนของสถานการณ์น้ำแล้งนั้น บริษัทฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และได้เตรียมมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคได้อย่างเพียงพอและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินงานและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสวงหาโอกาสในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศอาเซียน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (Gas to Power) ที่ประเทศเมียนมาร์ พร้อมทั้งการศึกษาและลงทุนในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการกักเก็บพลังงาน &amp;nbsp;และโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในแถบภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันตก เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57059</URL_LINK>
                <HASHTAG>GPSC, ชวลิต  ทิพพาวนิช, ปันผล, ผลประกอบการปี 62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44bf17bbbd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด GPSC อนุมัติแผนเพิกถอน GLOWออกจากตลาดฯ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
บอร์ด GPSC อนุมัติแผนเพิกถอน GLOW ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯทันทีหลังทำ &amp;nbsp;Tender Offer อีกครั้ง โดยไฟเขียวเปิดให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเข้ามาใช้สิทธิ์ขายหุ้น GLOW ที่เหลือ 4.75 % ในราคา90.8136 บาท/หุ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 มิ.ย.62 - นายชวลิต &amp;nbsp;ทิพพาวนิช &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท &amp;nbsp;โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือGPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่มปตท.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด)ได้เห็นชอบและอนุมัติแผนการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์(Tender Offer)ในส่วนที่เหลือจำนวน 69,530,219 หุ้นหรือคิดเป็น 4.75% ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 90.8136 บาทซึ่งบริษัทได้ทำหนังสือไปยังตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562โดยต้องรอผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ GLOW และคาดว่าจะสามารถเปิดรับซื้อหุ้นได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;GPSC ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะเร่งดำเนินการประสานไปยังผู้ถือหุ้นที่เหลือให้มาดำเนินการรักษาสิทธิ์โดยการทำคำเสนอหุ้น GLOW ครั้งนี้ GPSC จะดำเนินการด้วยความเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อยของ GLOWตามหลักธรรมมาภิบาล และเพื่อประโยชน์สูงสุดร่วมกันในการรับรู้มูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ (Synergy) เราจะขยายความสามารถในการรองรับการให้บริการ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; นายชวลิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ GPSC ได้ดำเนินการทำ Tender Offer ครั้งแรกแล้วเสร็จในระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-17 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้แสดงเจตนาขายและบริษัทฯ รับซื้อไว้ทั้งหมด 382,358,783 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 26.14% ส่งผลให้GPSCเข้าถือหุ้นใน GLOW รวม 95.25% ซึ่งขณะนี้ GPSC อยู่ระหว่างดำเนินการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ เพื่อนำเอาศักยภาพของทั้งสององค์กร (Synergy) มาขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมมองหาโอกาสการขยายการลงทุนทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศในอนาคตรวมกันต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39028</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ชวลิต  ทิพพาวนิช, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน), บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b3640a275e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
